รีวิว ดีวีดี เงือกน้อยผจญภัย โซนสาม ประเทศไทย
Review The Little Mermaid Special Edition / DVD Region 3 Thailand

โดย NP2

tเมื่อผมได้ทราบข่าวว่า ภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคส์เรื่องเยี่ยมของ วอลต์์ ดิสนีย์ ที่ผมโปรดปรานมากอีกเรื่องหนึ่ง กำลังจะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบดีวีดีฉบับพิเศษ ผมก็เฝ้านับวันรอ เพื่อที่จะได้เป็นเจ้าของดีวีดีชุดนั้นอย่างใจจดใจจ่อ

ผ่านไปหลายเดือน และแล้ว ดีวีดีฉบับพิเศษที่ผมเฝ้ารอมานานเกือบปีก็ตกมาอยู่ในมือของผมจนได้ และสตูดิโอ วอลต์ ดิสนีย์ ก็ไม่ได้ทำให้ผมต้องผิดหวังแต่อย่างใด

ผมกำลังพูดถึง ดีวีดีฉบับพิเศษของ The Little Mermaid - เงือกน้อยผจญภัย ที่กลับมาอีกครั้งพร้อมกับความสมบูรณ์แบบทั้งภาพและเสียง รวมถึงโบนัสพิเศษที่มีความแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นเป็นที่สุด... ใช่แล้วครับ ผมหมายถึงฉบับ Platinum Edition ของโซน 1 นั่นเอง

แต่หลังจากที่ผมได้ชมดีวีดีฉบับพิเศษชุดนี้แล้ว ก็ยิ่งทำให้ผมอยากเห็น The Little Mermaid ฉบับพิเศษของประเทศไทยเร็วๆ

tและแล้ว ก็ถึงเวลาที่รอคอยกันอีกครั้งสำหรับแฟนๆ ชาวไทย และวันนี้ ผมจะขอรับหน้าที่รีวิวแผ่นดีวีดีโซน 3 ประเทศไทย ของภาพยนตร์ การ์ตูนสุดคลาสสิคเรื่องนี้เองครับ...

ในช่วงที่ผ่านมา สตูดิโอ วอลต์ ดิสนีย์ ได้นำภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคส์ มาปัดฝุ่นกันใหม่อีกครั้งอยู่หลายเรื่องด้วยกัน เช่น Bambi - แบมบี้กวางน้อย Cinderella - ซินเดอเรลล่า รวมถึง Lady and the Tramp - ทรามวัยกับไอ้ตูบ ภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคส์เหล่านี้ ล้วนถูกจับตามองจากแฟนการ์ตูนดิสนีย์เป็นพิเศษ ว่าทางสตูดิโอจะสามารถทำให้ดีวีดีฉบับใหม่ กลับมาพร้อมกับความพิเศษและแปลกใหม่ได้อย่างไร

เราคงได้เห็นความพิเศษเหล่านั้นที่ทางสตูดิโอมอบให้มาแล้ว จากโบนัสพิเศษอันทรงคุณค่าของดีวีดี Bambi ความคลาสสิคตลอดกาลที่พิเศษ มากยิ่งขึ้นของ Cinderella และความมหัศจรรย์ของระบบภาพจาก Lady and the Tramp...

และแล้วก็ถึงเวลาของ The Little Mermaid เสียที

สำหรับเงือกน้อยผจญภัยเวอร์ชั่นพิเศษนี้ แฟนๆ การ์ตูนวอลต์ ดิสนีย์ ได้เฝ้ารอคอยกันมาอย่างจริงจัง ก็เพราะความดังเป็นพลุแตกของภาพยนตร์คลาสสิคเรื่องนี้นั่นเอง

ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายนปี 1989 ต้องถือว่า ภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคส์เรื่องนี้มาถูกเวลาจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้ สตูดิโอได้ผลิต ภาพยนตร์การ์ตูนออกมาติดต่อกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรจะเป็น และเมื่อ The Little Mermaid ได้เวลาออกฉายเท่านั้นเอง ความดังของภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถทำให้สตูดิโอ วอลต์ ดิสนีย์ หลุดพ้นออกมาจากยุคมืดก่อนหน้านั้นได้สำเร็จ ผู้คนได้ยกย่องให้ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้ เป็นเรื่องโปรดเรื่องพิเศษมากๆ และหลังจากนั้น สตูดิโอ วอลต์ ดิสนีย์ ก็ได้เข้าสู่ "ยุคทอง" ของตนเองอย่างเต็มตัวอีกครั้ง จึงต้องถือว่า The Little Mermaid ได้ให้ชีวิตใหม่กับสตูดิโอ วอลต์ ดิสนีย์ อย่างแท้จริง

หลายคนอาจจะงงว่าภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้น่ะหรือ ที่สามารถชุบชีวิตสตูดิโอได้ ฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อเอาเสียเลย แต่ถ้าหากว่าได้ชม ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้จบลงแล้ว คงจะตัดข้อสงสัยตรงนั้นไปได้เลย เพราะ The Little Mermaid มาพร้อมกับเรื่องราวเหนือจินตนาการที่ดูสนุกตื่นเต้น งานสร้างปราณีตสวยงามและคลาสสิคอย่างมากนั่นเอง และนั้นก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้ ทำเงินอย่างมหาศาลทีเดียวในยุคนั้น

posters

The Story of the Little Mermaid

“The Little Mermaid” หรือชื่อเรื่องภาษาไทยว่า “เงือกน้อยผจญภัย” ได้เค้าโครงเรื่องมาจากนิยายชื่อเดียวกันของ ฮันส์ คริสเตียน อันเดอร์เสน (Hans Christian Andersen) นักเล่านิทานและเทพนิยายชาวเดนมาร์ก

ภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคส์ลำดับที่ 28 ของ วอลต์ ดิสนีย์ เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของเงือกน้อยอายุ 16 ปี ที่มีชื่อว่า “แอเรียล” เธอคือ เจ้าหญิงเงือกน้อยสาวแสนสวย ที่ทะเยอทะยานจะใช้ชีวิตนอกมหาสมุทรที่เธออาศัยอยู่ หลายครั้งที่เธอขัดคำสั่ง “คิงไตรตั้น” ผู้เป็นพ่อ บ่อยครั้งที่เธอท่องมหาสมุทรเพื่อสะสมของใช้ของมนุษย์ไปกับ “ฟลาวเดอร์” ปลาน้อยเพื่อนรัก และบ่อยครั้งเหลือเกินที่เธอแอบขึ้นไปบนผิวน้ำ เพื่อฟังคำแนะนำผิดๆ ถูกๆ ของ “สกั๊ตเติ้ล” นกนางนวลจอมเซ่อซ่า

ด้วยความเป็นห่วงแอเรียล คิงไตรตั้นจึงมอบหมายให้ปูสีแดงผู้ชำนาญงานดนตรีชื่อ “เซบาสเตียน” เป็นผู้ดูแลพฤติกรรมของเธอ ทว่าความใฝ่ฝันของแอเรียลยิ่งดูจะจริงจังมากยิ่งขึ้น เมื่อเธอได้ช่วยชีวิต “เจ้าชายอีริค” จากอุบัติเหตุพายุกลางมหาสมุทร และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เธอได้หลงรักกับมนุษย์ ไม่มีใครรู้เรื่องราวในส่วนนี้ของเธอ เว้นแต่ “เออซูล่า” แม่มดปลาหมึกยักษ์อันร้ายกาจ เออซูล่าจึงใช้โอกาสนี้ในการหลอกล่อแอเรียล เพื่อให้เธอได้เป็นมนุษย์สมใจอยาก แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แอเรียลจะต้องจูบกับเจ้าชายด้วยความรักอันแท้จริงให้ได้ภายในสามวัน “โดยที่เธอไม่สามารถที่จะพูดได้อีกต่างหาก” จึงจะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ไปได้ตลอดกาล และเออซูล่าเองก็ไม่ยอมง่ายๆ เพราะหล่อนก็มีแผนการอันชั่วร้าย ที่จะทำลายชีวิตของแอเรียลและคิงไตรตั้นอยู่แล้ว...

...อะฮ่า ผมคงต้องหยุดเรื่องย่อไว้เพียงเท่านี้ก่อน เพราะหลังจากนั้นคงจะต้องติดตามต่อกันเอาเอง ช่างเป็นนิยายที่น่าทึ่งจริงๆ และเนื้อ เรื่องบางส่วนนี้คงจะพอทำให้จินตนาการกันได้ว่า The Little Mermaid นั้นเจ๋งจริงๆ ครับ

สำหรับเงือกน้อยผจญภัยนั้น ทางสตูดิโอ วอลต์ ดิสนีย์ ก็ได้ทุ่มทุนให้กับงานสร้างเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และผลลัพธ์ที่ได้ก็ถือว่า ยอดเยี่ยมไร้ที่ติละครับ ว่ากันถึงเรื่องความสำเร็จมายาวทีเดียว มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับแผ่นดีวีดีกันบ้างครับ

About DVD
ความจริงแล้วผมเองก็ชื่นชอบดีวีดีภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคส์ โซน 3 ประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ผ่านมาอยู่มากเหมือนกัน เพราะในช่วงนั้น พวกเราจะได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์กันแบบเต็มๆ ถึงสองแผ่น แต่ในระยะหลังๆ นี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆ เพราะแฟนการ์ตูนดิสนีย์ในประเทศไทย จะได้เก็บสะสมดีวีดีภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคส์กันเพียงแผ่นเดียวเท่านั้น สำหรับแฟนๆ หลายคน ดีวีดีฉบับพิเศษของประเทศไทยก็ยังคงน่าเก็บสะสมอยู่ เพราะมีเสียงพากย์และร้องเพลงภาษาไทยนั่นเอง ผมว่าส่วนนี้แหละครับ คลาสสิคมากๆ และหาในแผ่นโซนอื่นๆ ไม่ได้อีกแล้ว

สำหรับดีวีดี The Little Mermaid ฉบับพิเศษของประเทศไทยนี้ ใช้ชื่อว่า Special Edition ผลิตขึ้นมาแบบหนึ่งแผ่น ซึ่งเป็น DVD 9 (Local DVD) ความจุของข้อมูล 7.88 GB ภายในแผ่นดีวีดีประกอบด้วยตัวหนังความยาว 82 นาที และโบนัสพิเศษความยาวต่างกันออกไปในแต่ละตอน ผลิตและจัดจำหน่ายโดย บริษัท แปซิฟิค มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เอนเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป จำกัด ราคาจำหน่ายถือว่า ย่อมเยาดีนะครับ 330 บาท (หรือต่ำกว่านั้น) หากจะเปรียบเทียบกับดีวีดีที่บริษัท ซีวีดีฯ ผลิตออกมา แต่สำหรับดีวีดีชุดนี้ยังคงมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างออกไป มาดูเป็นเรื่องๆ ไปครับ

t

Package
โอ้ มาย ก้อด... หลังจากที่ผมได้เห็นหน้าปก ผมก็ร้องคำนี้ทันที ผมงงมากๆ เลยทีเดียว และยังคงข้องใจอยู่ถึงทุกวันนี้ ว่าทำไมหน้าปก ของโซนสามประเทศไทย จึงแตกต่างจากของประเทศอื่นๆ อย่างสิ้นเชิงอย่างนี้ ไม่ได้บอกว่าไม่สวยนะครับ แต่ความจริงแล้วเรื่องของ มาตรฐานหน้าปกของดีวีดีฉบับพิเศษของภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคของ วอลต์ ดิสนีย์ ผมไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน ความจริงก็สวยอยู่ แต่ว่าจะมีความคล้ายคลึงกับหน้าปกฉบับเก่าไปนิด อาจจะทำให้สับสนได้ว่าเป็นฉบับพิเศษหรือเปล่า?!? อันนี้ผมถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างหนึ่ง เพราะหน้าปกฉบับพิเศษแบบของโซน 1 สวยกว่ามากจริงๆ สำหรับกล่องดีวีดีถือว่าทำได้ดีนะครับ อันนี้ผมชอบ มีกล่องด้านนอกหุ้มกล่องดีวีดีพลาสติกใสเอาไว้ หน้าปกด้านในจะมีชื่อเรื่องภาษาไทย ปกเป็นสองหน้าทำได้ดี ด้านในไม่มีบุ๊คเล็ตเลย... น่าเสียดาย

Menu
ก่อนที่จะเข้าถึงตัวเมนูหลัก แผ่นดีวีดีแผ่นนี้มีความพิเศษให้ได้เลือกใช้กัน นั่นคือระบบ Fast Play เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าไปชม ภาพยนตร์ได้อย่างรวดเร็วขึ้น จะเห็นได้บ่อยกับดีวีดีของสตูดิโอ วอลต์ ดิสนีย์ ในช่วงหลังนี้ และก่อนที่จะได้ชมภาพยนตร์แฟนๆ การ์ตูนดิสนีย์ก็จะได้ชมภาพยนตร์ตัวอย่างและโฆษณาแผ่นดีวีดีเรียกน้ำย่อยเหมือนเช่นเคย...

สำหรับเมนูหลักเป็นภาพเคลื่อนไหวทำได้สวยงามมากครับ เป็นภาพเงาแอเรียลขณะขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ถือว่าสวยคลาสสิคมาก เมนูหลักประกอบด้วย Play, Scene Selection สำหรับเลือกฉากซึ่งมีทั้งหมด 27 Chapters, Set Up (Languages & Subtitles), Bonus Features ของแถมในแผ่นและ Fast Play

t
Main Menu

t
Set Up Menu

t

t
Scene Selection Menu

Video
ลักษณะภาพของตัวหนังในดีวีดีแผ่นนี้ เป็นระบบ Anamorphic Widescreen อัตราส่วนของภาพคือ 1.78:1 ครับ มาพูดถึงเรื่องอัตรา ส่วนของภาพกันนิดนึง ดีวีดีฉบับพิเศษแผ่นนี้ได้เลือกที่จะปรับปรุงอัตราส่วนของภาพจากดีวีดีฉบับเดิมด้วยนะครับ (จากเดิม 1.66:1 ซึ่งเป็นอัตราส่วนเดิมของตัวหนัง) การปรับเปลี่ยนก็เพื่อเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งจากเดิมที่ไม่ใช่ระบบอนามอร์ฟิกนั่นเอง ในส่วนของภาพต้องถือว่า สตูดิโอ วอลต์ ดิสนีย์ มีความพยายามในการอัพเกรดระบบภาพอย่างเห็นได้ชัด ภาพที่ได้มีความคมชัดสูง สีสันสดใส สวยงามมีมิติ แม้ในที่มืดใต้ทะเล ถือเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง แต่จุดเด่นที่ผมให้เป็นพระเอกคงต้องมอบให้กับเรื่องของกระบวนการของงานสร้างที่พิถิพิถัน ซึ่งทำให้ The Little Mermaid ดูปราณีตเป็นอย่างมาก โดยรวมถือว่าดีมาก ภาพไม่มีโมเสคแต่อย่างใด และท้ายสุด ระบบภาพเป็น NTSC เช่นเคยครับ

t

t

Audio and Subtitles
มาถึงระบบเสียงกันนะครับ นี่เป็นส่วนที่ผมอยากจะพูดถึงมากที่สุดในรีวิวอันนี้เลย

ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ ดีวีดีฉบับพิเศษของภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคของ วอลต์ ดิสนีย์ ได้ถูกยกระดับในเรื่องของพลังเสียงได้ดียอดเยี่ยมมาก แต่ในภาพยนตร์การ์ตูนหลายๆ เรื่อง พลังเสียงตรงนั้นอาจจะทำหน้าที่ของตนเองได้ยังไม่เต็มที่ ก็เนื่องมาจากว่า ภาพยนตร์การ์ตูนเหล่านั้นยังไม่มีเอฟเฟ็กต์เพื่อที่จะโชว์พลังเสียงออกมาเต็มที่นั่นเอง แต่สำหรับ The Little MermaId แผ่นนี้ทำออกมาได้ดีจริงๆ การยกระดับคุณภาพเสียงของแผ่นชุดพิเศษแผ่นนี้ คงไม่หนีสุดยอดระบบที่ดีที่สุดอันหนึ่งในขณะนี้ นั่นก็คือ Disney Enhanced Home Theater Mix อย่างไรก็ตามการปรุงแต่งเสียงคงจะทำไปเยอะมากๆ จริงๆ

ผมได้มีโอกาสอ่านรีวิวจากเว็บไซต์แห่งหนึ่ง เขาบอกเอาไว้เช่นกันว่า ในเรื่องเอฟเฟ็กต์ แผ่นนี้มีการปรุงแต่งมากที่สุดแผ่นหนึ่งเลย แถมบางจุดก็ไม่เหมือนกับต้นฉบับเดิมเลย อันนี้แฟนๆ ดิสนีย์ ลองไปพิสูจน์จากแผ่นดีวีดีหรือวีดีโอฉบับเก่ากันเอาเองนะครับ

t

t
Audio & Subtitles Menu

ระบบเสียงของดีวีดีแผ่นนี้มีทั้งหมด 5 แบบ 5 ภาษาให้ได้เลือกฟังกัน อันได้แก่ ลำดับแรก English Dolby Digital 5.1 (Disney Enhanced Home Theater Mix) สำหรับเสียงภาษาอังกฤษทำได้ดีอย่างที่ได้บอกไป เสียงดนตรีประกอบ เพลง และเอฟเฟ๊กต์ เป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดครับ ระบบเสียงที่เหลือได้แก่ Mandarin, Korean สองอันนี้เป็น Dolby Digital 5.1 DEHT เช่นเดียวกัน ส่วนอีกสองระบบที่เหลือได้แก่ Cantonese และ Thai Dolby Digital 2.0 ครับ ผมจะขอพูดถึงเสียงไทยนึดนึง ก็ถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่งนะครับ ถึงแม้จะเป็นเพียงระบบ 2.0 ก็ตาม เสียงร้องแบบภาษาไทยผมก็ชอบอยู่หลายช่วงครับที่ทำได้ดี เช่นช่วงเพลง Poor Unfortunate Souls และ Kiss the Girl สำหรับเพลงแรกผมชอบตอนเป็นภาษาอังกฤษมาก พอตอนเป็นเพลงไทยก็ทำได้ดี ส่วนเพลงหลังน่ารักจริงๆ “จุ๊บเธอเลย” ฮาๆ

t

t

t

t

ในส่วนของ Subtitle มีให้เลือกทั้งหมดถึง 7 ภาษาด้วยกัน อันได้แก่ English, Chinese, Malay, Bahasa, Korean, Hindi และ Thai ซับภาษาไทยแปลได้ดีไม่มีปัญหา ตัวหนังสือสีขาวอ่านง่ายสบายตา

Bonus Features
เดินทางมาถึงรายละเอียดส่วนสุดท้ายของแผ่นกันแล้วนะครับ ในส่วนของโบนัสพิเศษของ The Little Mermaid ผมอยากจะพูดถึงแผ่นชุด Platinum Edition ของโซน1 นิดนึง เนื่องจากว่าเป็นที่รู้กันว่าจะทำออกมา 2 แผ่นด้วยกัน และโบนัสพิเศษของแผ่นชุด Platinum Edition นั้น จะมีความพิเศษมากที่สุด สำหรับดีวีดีชุดนี้ของโซน 1 ตัวเนื้อหาของโบนัสพิเศษถือว่ามีความแปลกใหม่กว่าเดิมมาก ทั้งการเรียบเรียง การนำเสนอเรื่องราวทำได้ดีมาก จนทำให้ดูได้เพลิน สนุก และได้เกร็ดความรู้ประกอบเป็นอย่างมาก จึงทำให้หลายๆ เว็บไซต์ได้ยกย่องให้แผ่นชุดนี้ เป็นแผ่น ดีวีดี ที่มีโบนัสอันทรงคุณค่าที่สุดแผ่นหนึ่งของปี 2006 กันเลยทีเดียว

t

t

Bonus Features Menu
ส่วนโบนัสพิเศษสำหรับดีวีดีโซน 3 ประเทศไทย ได้มีการตัดทอนออกไปเป็นจำนวนหนึ่ง แต่ก็ถือว่ายังโชคดีอยู่ครับ ยังได้ดูในส่วนที่สำคัญๆ อยู่ โดยเฉพาะภาพยนตร์การ์ตูนสั้นตอนพิเศษ และสารคดีเบื้องหลัง อันนี้ยังมีให้ได้ชมกัน ซับไตเติ้ลภาษาไทยในส่วนนี้ไม่มีเช่นเคย มีเพียงซับ Korean และ Chinese เท่านั้น รายละเอียดโบนัสพิเศษภายในแผ่นมีดังนี้...

t

"The Little Match Girl" (6.39 นาที)
ภาพยนตร์การ์ตูนขนาดสั้นวาดมือ ผลงานเรื่องล่าสุดของสตูดิโอ วอลต์ ดิสนีย์ โบนัสในส่วนนี้ถือว่าเป็นของขวัญพิเศษมากๆ จริงๆ สำหรับแฟนๆ การ์ตูนดิสนีย์ หากคิดถึงการ์ตูนวาดมือคงจะไม่ผิดหวัง เพราะสุดยอดมากๆ และนอกจากนั้น ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้ ชุดนี้ ยังได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2006 ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับผมชอบมากๆ ดูแล้วมันซึ้งปนขนลุกยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ถือเป็นการ์ตูนขนาดสั้นที่ทรงพลังมากๆ อีกเรื่องหนึ่งเลย

t

Music Video: “Kiss the Girl” (3.25 นาที)
กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว ถ้ามีดีวีดีฉบับพิเศษทีไร ต้องมีมิวสิควีดีโอฉบับใหม่ โดยนักร้องวัยรุ่นหน้าใหม่ๆ มาฝากผลงานเอาไว้ สำหรับแผ่นนี้ Kiss the Girl โดย Ashley Tisdale ครับ น่ารักไปอีกแบบ

Sneak Peeks
ภาพยนตร์ตัวอย่างเรียกน้ำย่อย และหนังโฆษณาดีวีดีที่จะออกมาใหม่ครับ เช่น Meet the Robinsons, Tinker Bell Movies, The Wild และโฆษณาโปรโมต Hongkong Disneyland ครับ

Games & Activities ประกอบด้วย

t

- The Little Mermaid Under The Sea Adventure: The Virtual Ride (4.15 นาที)
สำหรับโบนัสในส่วนนี้ เป็นการจำลองภาพคอมพิวเตอร์แอนิเมชั่นสร้างภาพในการเล่าเรื่องราว ลักษณะคล้ายกับเราเล่นเครื่องเล่นในดินแดน The Little Mermaid โดยจะสามารถเลือกชมในมุมมองต่างๆ ได้ เช่นภาพจากงานสเก๊ตช์ ภาพจากหุ่นจำลอง ภาพแผนผังภายใน โบนัสในส่วนนี้ถ้าเทียบกับแผ่นโซน 1แล้ว จะตกหล่นไปหนึ่งรายการคือ การพรีเซนต์แบบเต็มจอ เสมือนเราได้นั่งเครื่องเล่นจริงๆ จะทำให้ตื่นเต้นกว่ามาก เพราะพรีเซนต์ด้วยระบบเสียง Dolby Digital 5.1 เลยทีเดียว ถือว่าไม่ธรรมดา แต่น่าเสียดายสำหรับแผ่นโซน 3 ไทย

t

- Behind The Ride That Almost Was With Disney Imagineers (5.54 นาที)
เบื้องหลังงานสร้างภาพคอมพิวเตอร์แอนิเมชั่นพิเศษจากด้านบน เล่าถึงแนวความคิด การออกแบบ รายละเอียดการทำงานของทีมงาน สร้างภาพของสตูดิโอ วอลต์ ดิสนีย์ สำหรับ The Virtual Ride นั้นทางทีมงานก็ได้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะ จะเห็นได้ว่าทางทีม งานพยายามเล่าเรื่องราวโดยย่อของ The Little Mermaid ให้เข้ากับเอฟเฟ็กต์ต่างๆ คล้ายๆ รูปแบบธีมพาร์คนั่นเอง

Backstage Disney ประกอบด้วย

t

- The Making Of The Little Mermaid (19 นาที)
โบนัสพิเศษส่วนสำคัญที่สุดตอนหนึ่ง พูดถึงเบื้องหลังการทำงาน กว่าจะมาเป็น The Little Mermaid ฉบับสมบูรณ์ เล่ากันตั้งแต่แนว ความคิดจากเทพนิยาย การออกแบบตัวการ์ตูน รวมไปถึงงานเพลงภายในเรื่อง ถือว่ายังโชคดีนะครับที่ได้ชมโบนัสส่วนนี้กัน ความยาวกว่า 19 นาที แต่ตรงนี้ล่ะครับที่เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะฉบับเต็มของโบนัสส่วนนี้คือ 45 นาทีเลยทีเดียว แถมรูปแบบการนำเสนอก็ดูแปลกตาออกไป ทำให้ดูเพลิดเพลินไปกับจุดเริ่มต้นถึงความสำเร็จ แต่ของไทยเราเป็นการตัดทอนและสรุปมาให้ชมกันครับ

- The Story Behind The Story (11.28 นาที)
เรื่องราวแรงบันดาลใจให้เกิดภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคส์เรื่องเยี่ยมเรื่องนี้ พูดถึงงานต้นฉบับ ผลงานของ Hans Christian Andersen ที่เป็นเค้าโครงเรื่องให้กับการ์ตูนเรื่องนี้นั่นเอง ผมค่อนข้างชอบโบนัสพิเศษในส่วนนี้มากเพราะเราจะได้เห็นเรื่องราวต้นฉบับจริงๆ พร้อมกับภาพวาดต้นฉบับของ Kay Nielsen ที่วาดงานอาร์ตเวิร์คต่างๆ ไว้ตั้งแต่ปี 1940 เลยทีเดียว

t

- The Little Mermaid Art Galleries
โบนัสส่วนสุดท้ายแล้วครับ เป็นเรื่องน่าดีใจมากๆ ที่ได้เห็นแกลเลอรี่รวบรวมภาพงานออกแบบของภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคส์เรื่องนี้ ภายในประกอบด้วย Visual Development ภาพการพัฒนางานออกแบบหลักๆ Kay Nielsen Artwork (1940) ภาพเขียนเรื่องราวต้นฉบับจากปี 1940 Character Design ภาพงานออกแบบตัวการ์ตูน Storyboard Art ภาพงานสตอรี่บอร์ด Backgrounds ภาพงานฉากหลัง และ Production Photos ภาพการทำงานของทีมงานครับ

t

t

ปิดท้าย
สำหรับ เงือกน้อยผจญภัย ยังคงเป็นภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคส์ที่คลาสสิคมากๆ เรื่องหนึ่งจากยุคนั้น ความดังของภาพยนตร์ทำให้ เป็นที่รู้จักและเป็นที่โปรดปรานของทุกคนได้ ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใหญ่หัวใจเด็ก...

สำหรับผมแล้ว The Little Mermaid เป็นภาพยนตร์การ์ตูนเหนือจินตนาการที่ดูสนุกเสมอ สิ่งที่ชอบมากๆ อีกอย่างหนึ่งคือ ความเยี่ยม ยอดของบทเพลงและดนตรีประกอบภายในเรื่อง ไพเราะทุกเพลง แถมเป็นเพลงฮิตมาถึงทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น Under the Sea หรือ Kiss the Girl ก็ตาม...

สำหรับแผ่นดีวีดีชุดนี้ ที่บริษัทแปซิฟิกฯ ผลิตออกมา ถือว่าเป็นแผ่นชุดแรกในกลุ่มคลาสสิคส์ หลังจากที่สิทธิในการจัดจำหน่ายใน ประเทศไทยหลุดมือจากบริษัทซีวีดีฯ โดยรวมถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ถ้าพูดถึงมาตรฐานด้านภาพและเสียง แพ็กเกจก็ใช้ได้เช่นกัน ยกเว้นหน้าปก ขอพูดตามตรงว่าอยากให้ดีกว่านี้ ส่วนเรื่องที่น่าเสียดายที่สุด คงจะเป็นเรื่องของโบนัสพิเศษที่ได้ดูกันอย่างน้อยนิด แฟนๆ การ์ตูนดิสนีย์ผู้กระหายโบนัสพิเศษคงต้องพึ่งแผ่นจากโซนอื่นๆ เสียแล้ว ส่วนซับไทยในโบนัสรวมไปถึงบุ๊คเล็ตงามๆ ยังคงไม่มีเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามถือว่าคุ้มค่าครับกับคุณภาพและราคา แฟนๆ การ์ตูนดิสนีย์คงไม่ผิดหวัง

MOVIE: 9 | VIDEO: 9 | AUDIO & SUBTITLES: 10 | BONUS FEATURES: 6 | PACKAGE: 7 | TOTAL: 8/10

ช่วงนี้มีแฟนๆ ภาพยนตร์การ์ตูนดิสนีย์คลาสสิคส์เพิ่มขึ้นมากมายเลย เห็นแล้วน่าดีใจ สำหรับวันนี้ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่เข้ามาอ่านจนจบนะครับ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยถ้าพิมพ์ผิดหรือข้อมูลไม่ถูกต้องตรงไหน บอกกันได้นะครับ พอดีห่างหายไปจากการรีวิว นานมากแล้ว สำหรับรีวิวอันนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น และหวังว่าคงจะได้มารีวิวในโอกาสต่อไปครับ...

NP2

green dot This site is for entertainment purposes only. I am in no way connected to the Walt Disney Company or any of its affiliates. All DVD cover designs and logos shown here are the property of the Walt Disney Company and I have simply placed them here for entertainment value. This is a non-commercial site, with no commercial purpose. Please visit Disney Official site at Disney.com.
Disney Clasics List Other Disney DVD Pixar DVD List

inx
Updated: 31 July 2010
Created: 4 March 2007